แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันทึกบทความดีดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันทึกบทความดีดี แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สิ่งมีชีวิต และ หุ่นยนต์

สิ่งมีชีวิตอื่น โดยปกตินั้นใช้สัญชาติญาณในการดำรงอยู่  ใช้เพียงแค่สัญชาติญาณ หรือถ้าเทียบ ในมุมของมนุษย์  สัญชาติญาณนั่นก็คืออารมณ์  ไม่ตัดสินอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล  ตัดสินได้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จากความรู้สึกที่เคยสัมผัส

หุ่นยนต์ หรือ คอมพิวเตอร์  ทำงานตามคำสั่ง หรือ เป็น ตรรกะ เหตุผลได้เพียงอย่างเดียว อะไรซับซ้อนเหนือเหตุผลที่มีอยู่ก็ทำไม่ได้  สิ่งนี้ก็เหมือนเหตุผลของมนุษย์  หุ่นยนต์ ก็ไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือตรรกะได้ ทำได้เพียงสิ่งที่อยู่บนพื้นฐานของตรรกะเท่านั้น  ไม่สามารถใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาร่วมตัดสินได้

ในมุมมองของผม  หากมนุษย์เรา ทำตามเพียงความรู้สึก หรือ สัญชาติญาณเพียงอย่างเดียว  ก็ไม่แตกต่าง จาก สิ่งมีชีวิตอื่นๆทั่วไป  แต่ในทางกลับกัน  หากมนุษย์ทำตามเพียงเหตุผล โดยไม่นึกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา  ความรู้สึก  ความเหมาะสม  หรือ ศีลธรรม  มนุษย์ก็ไม่แตกต่างกับหุ่นยนต์ หรือ เป็นเพียงแค่เครื่องจักรเท่านั้น

ผมมองว่า มนุษย์ ควรมีทั้งสองสิ่ง อย่าสมดุลทั้งเหตุผล และ ความรู้สึก  ทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยในการตัดสินใจได้อย่างดีที่สุด ไม่ได้เพียงแต่อ้างอิงแค่เหตุผล หรือ อารมณ์  เพราะมีทั้งสองสิ่งนี้แหละทำให้มนุษย์แตกต่างจาก ทั้ง สิ่งมีชิวิตอื่นๆ  และ หุ่นยนต์

ผมเห็นว่า ทั้งเหตุผล และ ความรู้สึก เมื่อมารวมกัน นั่นอาจเรียกได้ว่า เป็น จิตใจ

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สิ่งที่มหาวิทยาลัยสอน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัย ถูกมองว่าเป็นสถานที่เพื่อการศึกษา แต่ทำไมเราจึงต้องเรียนมหาวิทยาลัย  ในเมื่อเราสามารถอ่านหนังสือเองได้  เราสามารถหาหนังสือที่มหาวิทยาลัยชื่อดังต่างๆของโลกใช้ในการเรียนการสอนได้  หากเราเข้าใจในหนังสือเหล่านั้นแล้วจะเหมือนกับการที่เราเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกหรือเปล่า

หากนักศึกษา มองมหาวิทยาลัยเป็นการเรียนที่มีใบรับรอง เพียงเท่านั้น มหาวิทยาลัยก็ไม่แตกต่างจาก การเรียน เองแต่เพียงว่า การเรียนเองไม่มีใบรับรองก็เท่านั้น

จริงๆแล้วมหาวิทยาลัย ให้อะไรเรามากกว่าความรู้ หากเรามองให้ลึกลงไป จริงๆ
มหาวิทยาลัยให้สังคมแก่นักศึกษา  มหาวิทยาลัยสอน"การคิด" แก่นักศึกษาผ่านทางการสอบต่างๆ นักศึกษาลืมไปหรือเปล่าว่าที่เรา เข้ามหาวิทยาลัยมาเพื่อ "ฝึกการคิด" มากหว่าหาความรู้  ความรู้นั้นเป็นสิ่งที่มีมากมาย แต่หากพูดถึงความรู้ที่ต้องเรียนในมหาลัยแล้ว ก็คงเทียบกับหนังสือเป็นหมื่นๆ แสนๆ หน้า  แต่สิ่งที่สำคัญที่เราทุกคนเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยก็คือ "การคิด"


"ความรู้ของคนเรานั้นมีเท่าทันกันได้  แต่ความคิด หลักคิดของคนเรา เท่าทันกันได้ยาก"

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ความมั่นคง


ทั้ง 2 รูปนี้มีพื้นที่เท่ากัน  ผู้ที่แวะมาเยี่ยมชม blog ของผมคิดว่า  โครงสร้างแบบใดมีความมั่นคงกว่า ผมคิดว่าแบบแรกนะครับ
การที่ผมยกตัวอย่างเช่นนี้ ผมก็เปรียบมันกับจิตใจ  หากจิตใจเรามีพื้นฐานที่ดีแข็งแกร่งเราก็ทนกับเรื่องต่างๆ ใน ชีวิต ได้  แต่หาก พื้นฐานของจิตใจ เราไม่มั่นคง หากเราได้รับการกระทบกระเทือน ก็อาจล้ม หรือพังได้ง่าย

แง่คิดนี้ยังใช้ได้กับอีกหลายๆสิ่ง เช่น บริษัทของ เราหากเราวางรากฐานไว้ดี บริษัทก็มั่นคง  การเรียนหากเราสร้างพื้นฐานความรู้อย่างดี การต่อยอดก็มั่นคง  เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากบอกว่า  "หากเราจะเริ่มทำสิ่งใด ก็ควรเริ่มจากการปูพื้นฐานอย่างดี ให้มั่นคงแข็งแรง"

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ข้อคิดจากอาจารย์สอนแคล

วันศุกร์นี้นี่เอง ผมมีโอกาสเรียน Differential Equation  กับอาจารย์คนหนึ่ง เขามีข้อคิดแง่คิดที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว  เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายๆ คนอาจมางข้าม แต่ผมมองว่าสำคัญ

  • การฟัง และ การได้ยิน  Listening and Hearing
    • ลองคิดดูครับ การฟังและได้ยินนั้นแตก ต่างกันมาก การฟังคือ การที่รับรู้เสียง แล้ววิเคราะห์สร้างความเข้าใจ กับสิ่งที่รับรู้  ตัวอย่างนี้เปรียีบเทียบได้ตอนที่เราเรียนอยู่ในห้องเรียน ว่า เรา listen หรือ  hear อยู่กันแน่  มันแตกต่างกันมากนะครับ
  • การอ่าน และ การมอง Reading and Looking
    • สองสิ่งนี้ก็แตกต่างกันมากเช่นกัน  การอ่านคือ เข้าใจในสิ่งี่รับรู้  แต่การมองคือ เห็นผ่านๆ ไม่มีอะไรมากมาย  เวลาเราบอกว่าเราอ่านหนังสือ คุณแน่ใจหรือว่าคุณกำลังอ่าน ไม่ใช่มองผ่านๆ  อ่าน  3 หน้า ยังดีกว่า มองผ่านๆ  100  หน้านะครับ
ผมอยากสร้างความตระหนักแก่ทุกท่าน รู้ตัวว่า ท่านกำลัง อ่าน หรือ มอง ฟังหรือ ได้ยิน  แต่ผมว่า  อ่านและฟัง เกิดประโยชน์กว่า มองและ ได้ยิน แน่นอนครับ

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Good Article : Thanks บันทึกบทความดีดี : ห้องเรียนที่ชื่อว่าโลก

อ้างอิงที่มา : http://tonconnect.exteen.com/20090425/entry
ช่วงนี้ว่างๆก็เลยอ่านนู่นอ่านนี่  แล้วก็คิดๆกลัวว่าเจ้าของ blog เขาจะเลิกทำแล้วลบไป เลยเก็บมาไว้ที่ blog ตนเอง เพราะ จะได้ไว้อ่านเวลาเบื่อ เหมือนกับเป็นการ note ไปในตัวครับ


โลก... คือห้องเรียนห้องใหญ่ที่สุดเท่าที่เราได้เคยเรียนมาและเป้นที่แห่งเดียวก็ว่าได้ ที่คนเรียนกับคนให้คะแนน คือ.. คน ๆ เดียวกัน ... นั่นคือ ตัวเราเอง.... ทุกวิชาที่ได้เรียน ไม่มีวิชาไหนที่ผ่านไปง่าย ๆ แต่ก็ไม่มีวิชาไหนที่ยาก...เกินกว่าจะเรียนรู้

ขอบคุณ.... ความคิด
ที่ช่วยให้เราได้ใช้อวัยวะที่ชื่อ "สมอง" บ่อย ๆ แม้บางครั้ง... ที่ความคิดจะมีมากเกินไปจน "ล้น" แต่หลายครั้ง... ที่เราหยุดทำเรื่องไร้สาระได้ ก็เพราะสิ่ง ๆ นี้ห้ามเอาไว้...

ขอบคุณ... ความฝัน
ที่ช่วยทำให้เกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นมา เพราะเราอยากเห็นมันกลายเป็นความจริง และบางครั้งอีกเหมือนกัน ที่มันก็สอนให้เราเข้าใจด้วยว่า "ความฝัน" บางอย่าง เป็นได้แค่ "ความฝัน" เปลี่ยนเป็นความจริงไม่ได้...

ขอบคุณ... ความจริง
ที่ทำให้รู้สึกได้ว่า ตัวเองยังยืนอยู่บนโลก...

ขอบคุณ... ความทุกข์
ที่บอกอะไรเราได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่เหมือนกับความสุข ที่บางทีก็ทำให้เราหลงเพลิดเพลิน จนลืมพิจารณาตัวเอง...

ขอบคุณ... ความสุข
ที่ทำให้โลกใบนี้ แต้มด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ...

ขอบคุณ...ความยาก
ที่ทำให้เราเห็นคุณค่า ของ "ความสำเร็จ" เพิ่มขึ้น...

ขอบคุณ... ความง่าย
ที่ช่วยเราให้สามารถทำอะไรเสร็จได้บ้าง เพื่อจะได้มีเวลา ไปทำอย่างอื่นต่อได้...

ขอบคุณ.... ความสงสัย
ที่ทำให้เรากล้าซักถาม และอยากหาคำตอบ "คนที่ถามจะโง่แค่ห้านาที แต่คนที่ไม่ถามจะโง่ตลอดไป".....

ขอบคุณ... ความกังวล
ที่แม้จะถูกเปรียบเทียบว่าเหมือนกับเก้าอื้โยก คือทำให้เราดูเหมือนมีอะไรทำ แต่ไม่ได้ช่วยให้เราไปไหนเลย แต่บางครั้ง มันกลับทำให้เรารอบคอบขึ้น และมองอะไรหลาย ๆ มุม ก่อนตัดสินใจ....

ขอบคุณ... ความเปลี่ยนแปลง
ที่ช่วยให้เรารู้จักเตรียมพร้อม และรู้จักการปล่อยวาง....

ขอบคุณ... ความเกลียด
ที่ทำให้เราไม่ต้องไปยิ่งเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่อง กับคนบางคน หรือกับอะไรบางอย่าง แล้วมีเวลาให้กับสิ่งที่เราไม่เกลียดมากขึ้น....

ขอบคุณ... ความรัก
ที่ทำให้จิตใจเราอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้าง รู้จักการให้และเสียสละ แม้ว่าความรักในระหว่างคนสองคนนั้น จะต้องมีคนหนี่งที่รักมากกว่า...อยู่เสมอ...

ขอบคุณ... ความหลง
ที่บอกให้เรารู้ว่า ยังมีอีกคำที่คนชอบเข้าใจผิด ว่าเป็น... ความรัก....

ขอบคุณ .... ความแตกต่าง
ที่ทำให้โลกนี้สวยงาม และไม่น่าเบื่อ การยอมรับความแตกต่างของเรากับคนอื่น จะทำให้ประตูของมิตรภาพ เปิดออกตลอดเวลา...

นี่คือ บางสิ่งที่เราได้มาจากห้องเรียน... ห้องนี้
และอยากจะเอ่ยคำว่า... ขอบคุณ...

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บันทึกเรื่องดีดี : ขอบคุณ ขอบคุณ

ก่อนอื่นให้เครดิตก่อน http://dexterian.exteen.com/20110119/entry
เหมือนผมเคยอ่านเจอที่ไหน เนี่ยแหละอ่านแล้วรู้สึกว่าชีวิตเรายังมีแง่บวกอีกหลายแง่ให้มอง  เพียงแต่ ปกติแล้วพวกเราจะมองไม่เห็นมัน  พูดง่ายๆก็คือในเรื่องร้ายๆก็ยังมีสิ่งดีดีแฝงไว้อยู่นะครับ


ฉันขอขอบคุณสำหรับ...

สำหรับสามีที่นอนกรนทั้งคืน
เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับฉัน
ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่น

สำหรับลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่
เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ถนน

สำหรับภาษีที่ต้องเสีย
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีงานทำ

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

บันทึกเรื่องดีดี : ใช้เวลาว่างให้มีความสุข

ช่วงนี้อ่านบทความต่างๆอยู่มาก เจอบทความดีดีก็อยากเก็บไว้ เผื่อคนอื่นอ่านครับ   ขอบคุณที่มา  http://chickynina29.exteen.com/20110517/comic